Ho Chi Minh city เปิดพอร์ตหุ้น เดินชมเมือง ตอนที่ 3

ho-chi-minh--ภาพลงบทความของคุณคิวตอนไปเวียดนาม-3

เดินชมเมือง ตอนที่ 3 ธนาคาร และ Vietnam Diary Product Jsc. (VNM)

ตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก แน่นอนครับว่าหนีไม่พ้นธนาคาร!

ธนาคารในประเทศเวียดนามมีโอกาสในการเติบโตอีกสูงครับบริษัททั้งหลายเมื่อต้องการขยายกิจการแน่นอนเมื่อเงินสดในเมื่อไม่เพียงพอก็ไม่พ้นการกู้เงินมาลงทุน! จึงทำให้ธนาคารในเวียดนามมีโอกาสในการปล่อยกู้เพื่อสร้างรายได้เพิ่มสูงขึ้น

unit3

ธนาคาร AGRIBANK ธนาคารที่สนับสนุนในด้านการเกษตรกรรมของเวียดนาม ไม่มีหุ้นในตลาดเวียดนาม

unit301

 

Joint Stock Commercial Bank for Investment and Development of Vietnam(BID : HOSE) ตามรูปข้างบน คือหนึ่งในห้าธนาคารหลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม โดยหากนับตาม Capital แล้ว BIDV ถือว่าเป็นอันดับที่ 3 รองลงมาจาก Vietinbank(CTG:HOSE) และ Vietcombank (VCB:HOSE) ส่วนอันดับที่รองลงไปจาก BIDV สองอันดับคือ Sacombank(STB:HOSE) และ Vietnam Eximbank(EIB:HOSE)

unit302

ภาพด้านหน้า Vietcombank (VCB:HOSE)

unit303

ภาwระยะไกลของ Sacombank(STB:HOSE) ระหว่างทางไปที่พัก

ในปี 2015 ที่ผ่านมาธนาคารหลายแห่งในเวียดนามได้มีการรวมเข้าด้วยกันเพื่อขยายขนาดของธุรกิจและสาขา เช่น BIDV คือหนึ่งในธนาคารที่มีการรวมกิจการกับธนาคารที่มีขนาดเล็กกว่าโดยรวมเข้ากับ Mekong House Bank  ทำให้จะมีการเติบโตทางรายได้และกำไรพอควรแต่ก็แลกมากับ NPL จาก Mekong House Bank ที่จะนำมารวมกับ NPL ของ BIDV ทำให้ BIDV ต้องขาย NPL ตรงส่วนนี้ออกไปเพื่อรักษาหรือคงสถานะภาพ NPL ของธนาคารไว้ไม่ให้สูงเกินเป้าหมายของธนาคารกลาง

กล่าวไปถึงธนาคารกลางเวียดนาม หรือ SBV(The State Bank Of Vietnam) เป็นธนาคารกลางของประเทศเวียดนามที่คอยกำหนดนโยบายของธนาคารภายในประเทศ รวมถึงสนับสนุนและช่วยเหลือธนาคารที่อาจประสบปัญหา

โดยนโยบายในปี 2016 ธนาคารกลางเวียดนามพยายามเน้นย้ำและแก้ไขปัญหาหนี้เสียของธนาคารในภาครัฐ(รัฐบาลมีสัดส่วนในการถือหุ้นที่สูงจนสามารถควบคุมหรือกำหนดนโยบายของธนาคาร)ที่มีหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้น โดยกำหนดให้ธนาคารในภาครัฐควบคุมตัวเลข NPL ให้ต่ำกว่า 3% ซึ่งอาจมีผลให้การปล่อยเงินกู้หรือการขยายรายได้ของธนาคารต่างๆภายในประเทศมีการหดตัวลงและนั่นก็จะส่งผลกระทบไปถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามไม่ได้โตถึง 6.7% เท่าปี 2015 ที่ผ่านมา

เดินทางมาเรื่อยๆในที่สุดก็ถึงที่พัก

เรามาพักกันที่ Golden center hotel Saigon ซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดบินถั่นอันเลื่องชื่อเรื่องการมาซื้อของในนครโฮจิมินห์ และเป็นสถานที่หลักในการใช้เป็นสถานที่ประชุมกับบริษัทที่มาร่วมใน  Company visit ในครั้งนี้

วันแรกที่มาเราได้มี Program ในการไปเยี่ยมชมบริษัทที่ถือได้ว่ามีขนาด Market cap ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม นั่นก็คือ Vietnam Dairy Product Jsc.(VNM:HOSE)

Coer business ของบริษัทได้แก่การผลิตนมและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากนม ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม โยเกิร์ต ซึ่งบริษัทมีชื่อเสียงมาโดยช้านานและมี Market share ที่เป็นอันดับ 1

ถึงขนาดชาวเวียดนามหลายคนที่ได้คุยด้วยพากันแนะนำว่าให้ซื้อ VNM ไว้แล้วลืมไปเลยค่อยกลับมาดูอีกทีรับรองผลตอบแทนต้องเป็นที่น่าพอใจ! มันขนาดนั้นเชียวเหรอ??

unit304

เปิดงบการเงินของบริษัทมาวิเคราะห์ว่าโม้เกินจริงมั้ย? หากเราพูดกันถึงเรื่องการขยายตัว ความแข็งแกร่งของบริษัทที่ผ่านมา ต้องยอมรับครับว่า VNM เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินที่ดีมาก หนี้สินในระยะสั้นและระยะยาวของบริษัทน้อยมากๆเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ของบริษัทที่มีอยู่

อัตราส่วนทางการเงิน PE ratio ในปัจจุบันซื้อขายกันที่ 20 เท่า ซึ่งถามมุมมองผมก็ถือว่าสูงพอตัว แต่!!…5 ปีที่ผ่านมา VNM มี PE ratio อยู่ที่ประมาณนี้มาโดยตลอดครับ ที่สำคัญกว่านั้นคือหากเราเทียบ PE ratio กับการเติบโตของรายได้และกำไรของบริษัทที่ผ่านมาจะพบว่าแม้ในขณะนี้บริษัทก็ยังคงรักษาระดับการเติบโตที่สูงอยู่ได้ คิดเป็นค่า PEG ratio ที่ประมาณ 0.6 ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าที่ค่อนข้างดี

มองภาพรวมธุรกิจนมในระยะยาวเชื่อว่าจะยังคงมีการเติบโตได้อีกมาก ประชากรชาวเวียดนามมีจำนวนมากถึง 90 ล้านคน แต่ในปัจจุบันมีอัตราการบริโภคนมเพียง 18 ลิตรต่อคนต่อปีเท่านั้นครับในขณะที่คนไทยมีปริมาณการบริโภคนมโดยเฉลี่ยที่ 34 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งจะเห็นว่าประเทศเวียดนามยังมีช่องว่างในการขยายการบริโภคได้อีกมาก และการผลิตนมในประเทศเวียดนามมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกมากเพียง 11 บาทต่อลิตรในขณะที่ประเทศไทยมีต้นทุนการผลิตประมาณ 19 บาทต่อลิตร ทำให้มุมมองในอนาคต VNM น่าจะสามารถขยายการตลาดในประเทศและนอกประเทศได้อีกต่อหนึ่ง

ข้อเสียสำคัญ

VNM มี foreign room ที่เต็มแล้ว ซึ่งตามปกติบริษัททั่วไปจะกำหนด foreign room ไว้ที่ 49% ในขณะที่ธนาคารจะกำหนดไว้ที่ 30% ซึ่ง VNM มี foreign room ที่เต็มอยู่แทบจะตลอด เป็นการยากที่เราจะสามารถเข้าไปถือครองเป็นเจ้าของได้ ยกเว้นเพียงบางจะหวะที่จะมีการขายของชาวต่างชาติออกมาทำให้ foreign room มีการว่างลงชั่วขณะแต่ก็นานๆครั้งครับ

ข่าวดีคือในปี 2015 ที่ผ่านมาใน AGM(Annual general meeting) ของ VNM ได้มีหัวข้อในการขยาย Foreign room จากเดิม 49% เป็น 100% ซึ่งผู้ถือหุ้นก็เห็นชอบในการขยาย Foreign room ออกไปได้ แต่…กำหนดเวลายังไม่เป็นที่แน่นอนครับ

ในปัจจุบัน VNM จะมี Shop สำหรับกระจายสินค้าของตนเองด้วยครับ

unit305

ตามรูปจะเป็น Shop ที่อยู่ภายในตึกของ VNM เอง มีสินค้าของบริษัทให้เลือกซื้อ ราคาเมื่อเทียบออกมาเป็นเงินบาทแล้วก็มีราคาพอๆกับนมของประเทศไทยครับ ส่วนรสชาติก็ไม่ได้แตกต่างกัน(นมเปรี้ยวอย่างเดียวนะครับ อย่างอื่นไม่ได้กิน ฮาๆๆ)

unit306

      สรุปคือเป็นบริษัทหนึ่งที่น่าลงทุนในเวียดนามครับ Market share มาเป็นอันดับ 1 ในเวียดนามและยังมีการเติบโตที่ค่อนข้างสูงมาก อัตราการปันผลเทียบราคาในอดีตประมาณ 3-4% ซึ่งก็กำลังเหมาะสำหรับบริษัทเติบโตเร็ว แต่ข้อเสียที่สำคัญคือ ซื้อยากเนื่องจากไม่มี Foreigner room ครับ

ต่อตอนหน้าครับ

————————————————————————————————————————————
โดย  อ.คิว (คุณพงศธร ปารเมศ บุญสนอง)
วิทยากรจาก Wealth&Passion Academy  ( เปิดสอนคอร์ส หาหุ้น 10 เด้งก่อนใครในเวียดนาม )
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม  คลิก www.wealthpassionacademy.com