Ho Chi Minh city เปิดพอร์ตหุ้น เดินชมเมือง ตอนที่ 1

 ho-chi-minh--ภาพลงบทความของคุณคิว-ok

Ho Chi Minh city

เปิดพอร์ตหุ้น เดินชมเมือง ตอนที่ 1

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน เพิ่งกลับมาจาก Ho Chi Minh city เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเลยอยากใช้โอกาสนี้ในการแบ่งปันประสบการณ์การการไปร่วม Company visit กับทาง page Vietnam Value Investor เมื่อวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมาครับ

ก่อนอื่นต้องบอกถึงเป้าหมายของผมในการเดินทางไปเมือง Ho Chi Minh ในครั้งนี้ จุดประสงค์หลักเลยคือเพื่อไป “เปิดพอร์ตครับ!”  ใช่ครับพอร์ตหุ้น!  ซึ่งปัจจุบันตัวผมเองก็เปิดพอร์ตหุ้นเพื่อลงทุนในเวียดนามอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ที่ต้องการไปเปิดพอร์ตที่เวียดนามก็เพราะต้องการ “บทวิเคราะห์” เป็นหลักครับ

          คงจะมีคำถามตามมาว่า “แล้วเราเปิดพอร์ตที่เมืองไทยเราไม่ได้รับบทวิเคราะห์เหรอ?”

“ได้รับครับ!” เพียงแต่ บทวิเคราะห์ที่ได้รับจะเป็นการรอข้อมูลจากทางบริษัทหลักทรัพย์ในเวียดนาม ที่จะส่งข้อมูลมาให้บริษัทหลักทรัพย์ในเมืองไทยต่ออีกครั้ง ซึ่งบางครั้งจะมีการล่าช้า หรือเป็นบทวิเคราะห์ของบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทที่เราสนใจ การจะเข้าไป Download บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ในเวียดนามโดยตรงจำเป็นต้องเปิด Account ก่อนครับ เพื่อรับ User name และ Password สำหรับ Login เข้าใช้ข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์นั้นๆ นี่คือเหตุผลหลักที่ผมต้องเดินทางไปเปิดบัญชีในเวียดนาม

โดยบัญชีที่เปิดในเวียดนามจะสามารถใช้ Program online ในการ Trade ได้ครับรูปแบบคล้ายคลึงกับ Streaming pro ของบ้านเรา หากมีเงินในพอร์ตก็สามารถ Trade ได้จากเมืองไทยครับ ค่า Commission ก็ไม่แพง ประมาณ 0.2-0.3% ในขาซื้อ ขาขาย เพิ่มเข้าไปอีก 0.1% เนื่องจากเงื่อนไขคือเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งค่า Commission ที่เวียดนามถือว่าไม่แพงครับถ้ามาเปรียบเทียบกับที่เมืองไทยที่มีค่า Commission ถึง 0.43-0.5% แต่ตอนนี้ขอ Trade ที่ไทยไปก่อนเหตุผลคือ  ณ ปัจจุบันตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่อนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามได้โดยตรงครับ เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินไปยังประเทศเวียดนามได้โดยตรง แต่คาดว่าน่าจะมีการอนุญาตในปี 2560 เพราะฉะนั้นเปิดไว้รอปี 2560 ครับ

ว่ากันถึงเรื่องบริษัทหลักทรัพย์และการเปิดบัญชีหุ้นในเวียดนามอีกเล็กน้อย

เอกสารที่ต้องใช้คือ Passport เล่มเดียวครับ กับเงินอีกประมาณ 100,000 ด่อง หรือประมาณ 150 บาท ใช้สำหรับการรับรอง Passport ของเรา หลังจากนั้นรอประมาณ 2-3 สัปดาห์บัญชีหุ้นก็จะสามารถเปิดใช้งานได้ครับ เพียงแต่สำหรับบัญชีธนาคารผมใช้วิธีใส่เงินเพิ่มเข้าไปในบัญชีเล็กน้อยเพื่อทำการคงสถานะบัญชีไว้ โดยธนาคาร BIDV กำหนดขั้นต่ำของบัญชีที่ 50,000 ด่องหรือประมาณ 75 บาท ก็จะสามารถคงสถานะทางบัญชีไว้ได้! ใครอยากใส่มากกว่านี้ก็ได้นะครับแต่ต้องทำการ Declare เงินก่อน

“เลือกเปิดกับใครดี??” สำหรับการจัดอันดับบริษัทหลักทรัพย์ตามขนาด Market cap 3 อันดับแรกดังนี้ครับ

  1. SSI 2. HSC 3. VCSC

ซึ่งตัวผมเลือกเปิดกับ SSI กับ VCSC ครับ หลายๆท่านอาจจะสงสัยเพราะเคยได้ยินมาว่าชาวต่างชาติสามารถเปิดบัญชีได้เพียงบริษัทหลักทรัพย์เดียวเท่านั้น

ชาวต่างชาติจะสามารถมี Trading code ได้เพียง Trading code เดียวต่อคนครับ ซึ่งหากเราเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์หลายๆแห่ง FII account( Bank account, BIDV มีหุ้นอยู่ในเวียดนามด้วยนะ) ซึ่งเป็นตัวกลางในการโอนเงินระหว่างเราไปยังบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศเวียดนามจะงงครับว่าเราต้องการโอนเงินไปให้บริษัทไหนกันแน่ แต่หากมีบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เดียวเขาจะโอนไปได้โดยทันทีครับ วิธีแก้คือต้อง Mail ไปบอกเขาว่าเราต้องการโอนเงินเข้าไปในบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ไหน หรือจะโอนเข้าทั้งสองบริษัท โดยให้ใช้อัตราส่วนเท่าไหร่ในการโอน ก็จะเป็นวิธีในการแก้ปัญหา

          ทำไมผมถึงเลือกเปิด 2 บริษัทนี้?

SSI เป็นอันดับ 1 ของบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศเวียดนามครับ บทวิเคราะห์เยอะมาก ส่วน VCSC ผมประทับใจในการติดต่อสื่อสารครับ เพราะผมส่ง e-mail ไปหลายๆฉบับหลายๆแห่งในการขอข้อมูลการเปิดบัญชี มีที่นี่ที่ให้ข้อมูลมาอย่างละเอียดครบถ้วน  ซึ่งสำนักงานสำหรับเปิดบัญชีของทั้งสองบริษัทก็อยู่ใกล้ๆกันครับ

ho chi minh

SSI ตัวบริษัทจะเก่าๆหน่อยครับ มีกระดานหุ้นให้เราได้ดูกัน ในวันที่ผมไป SSI ในเช้าวันที่ 5 มีคุณลุงกับคุณป้านั่งกันอยู่สองท่าน ที่น่าสนใจ คือ แกนำข้าวกล่องมาทานที่นั่นด้วย นับว่าจริงจังจริงๆ

VCSC อยู่ที่ตึก Bitexco Financial Tower เป็นตึกที่สวยมาก เป็นเหมือนกับตึกสำหรับธุรกิจทางการเงินครับ VCSC อยู่ชั้น 15 ใช้บัตรประชาชนไทยแลกบัตร Visitor ขึ้นไปเลยครับ เพราะเราต้องเก็บ Passport ไว้สำหรับเปิดบัญชี โดย VCSC เป็นที่ๆ 2 ที่ผมไปเปิดบัญชี พอคุยกับ Broker เขาจึงแจ้งมาว่าหากเราเปิดบัญชีที่ SSI แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ Passport เพื่อใช้เปิดบัญชีอีก เขาจะขอแค่ Bank account และ Trading code โดยแจ้งเขามาภายหลังหลังจากทาง SSI เปิดพอร์ตให้เราเสร็จแล้ว ส่วนที่เราต้องทำคือเซ็นเอกสารเพื่อใช้สำหรับเปิดบัญชีซื้อ-ขายหุ้นกับเขาอย่างเดียว

โดยสรุป หากนักลงทุนสนใจการลงทุนในประเทศเวียดนาม ณ ปัจจุบัน แนะนำให้เปิดบัญชีสำหรับซื้อขายหุ้นที่ประเทศไทยก่อนครับ มีหลายบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการดังที่ได้เคยให้ข้อมูลไปในครั้งก่อน และหากมีเวลาสามารถบินไปที่ประเทศเวียดนามเพื่อทำการเปิดพอร์ตสำหรับลงทุนได้ เพื่อจะได้สามารถใช้ “บทวิเคราะห์” ของบริษัทหลักทรัพย์ที่เราไปเปิดบัญชีไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ ราจนกว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะอนุญาตก็ค่อยทำการโอนเงินเข้าไปเพื่อทำการลงทุนครับ

โดยบทวิเคราะห์จะสามารถทำให้เราเห็นถึง Market position ของบริษัทนั้นๆ เช่น ลำดับของบริษัทในปัจจุบัน ส่วนแบ่งการตลาด Project ที่กำลังดำเนินงานอยู่  กำลังการผลิตของบริษัท ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลในเชิงคุณภาพที่เราจะสามารถนำมาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ทำให้เราสามารถวิเคราะห์เพื่อเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

เดี๋ยวค่อยมาต่อในเรื่องของการเดินชมเมืองกันครับ

 

saigon-ho-chi-minh-city-1234326_1920Cr. ภาพจาก Pixabay

 

————————————————————————————————————————————
โดย  อ.คิว (คุณพงศธร ปารเมศ บุญสนอง)
วิทยากรจาก Wealth&Passion Academy  ( เปิดสอนคอร์ส หาหุ้น 10 เด้งก่อนใครในเวียดนาม )
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม คลิก www.wealthpassionacademy.com